หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)

ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2560 เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  โดยมีเงื่อนไขและเวลากำหนดให้ดำเนินการ ดังนี้

  1. ปีการศึกษา 2561 ให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 4 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4
  2. ปีการศึกษา 2562 ให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2 4 และ 5 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 2 4 และ 5
  3. ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้ทุกชั้นเรียน

จากการประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560)  โดยประกาศใช้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภูมิศาสตร์ รวม 3 รายวิชาก่อนนี้  ทำให้เกิดความสนใจจากสังคมในหลายประเด็น ดังนี้

เหตุผลและความจำเป็นของการปรับปรุงหลักสูตร  

           หลักสูตรรายวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เป็นผู้รับผิดชอบนั้น มีความจำเป็นจะต้องปรับเนื่องจากเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศไทยโดยการสร้างรายได้จากนวัตกรรมเป็นหลัก หรือที่เรียกว่าไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจำเป็นต้องสร้างกำลังคนที่มีความเข้มแข็งในองค์ความรู้ด้าน SMT (Science, Mathematics and Technology) เป็นฐานในการสร้างนวัตกรรม จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สอดคล้องต่อการสร้างกำลังคนเพื่อเป็นการขานรับนโยบายของรัฐบาล

           จากการที่ สสวท. ได้ให้ความสำคัญต่อการวิจัยและพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 45 ปี สสวท. ได้ทำวิจัยและติดตามผลการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จนครบทุกระดับชั้นปี และพบข้อมูลที่เป็นผลสะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับปรุงหลักสูตร เช่น ความซ้ำซ้อนของเนื้อหาระหว่างชั้นปี หรือช่วงชั้น รวมถึงระหว่างกลุ่มสาระ รวมทั้งความไม่เหมาะสมของการใช้ตัวชี้วัดร่วมในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ได้กำหนดให้มีตัวชี้วัดเดียวกันทั้งนักเรียนกลุ่มที่ไม่เน้นวิทยาศาสตร์ และนักเรียนกลุ่มที่เน้นวิทยาศาสตร์ เกิดปัญหาในเรื่องความยากง่ายที่ไม่เหมาะสมกับนักเรียนทั้ง 2 กลุ่มนี้ และการกำหนดสาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกมาทำให้ขาดความเชื่อมโยงจากเนื้อหานำไปสู่การปฏิบัติ  ทำให้นักเรียนขาดทักษะปฏิบัติการต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการเรียนวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ได้มีการบรรจุสาระ

           การออกแบบและเทคโนโลยีและสาระเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี  มีผลให้การจัดการเรียนรู้ในสาระดังกล่าวเน้นการเรียนเพื่อเป็นผู้ใช้งานเครื่องมือและเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างถูกต้องและปลอดภัยมากกว่าการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบของผู้เรียนเพื่อเป็นผู้สร้างนวัตกรรมจากองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเดิม

ขั้นตอนวิจัยและพัฒนา สสวท. จับมือทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

           สสวท. ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการวิจัยและพัฒนา และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้มีความเหมาะสมและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคเศรษฐกิจดิจิตอล  สสวท. มีการระดมความคิดกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งครูผู้สอน นักเรียน ผู้ปกครอง อาจารย์มหาวิทยาลัย หน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน  เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบหลักสูตรกับนานาชาติหลายประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จนถึงปี พ.ศ. 2560

           สสวท. ได้เปิดให้มีการประชาพิจารณ์หลักสูตรในระดับประเทศ ในทุกภูมิภาคมาหลายครั้ง  รวมทั้งได้มีการประชาพิจารณ์ออนไลน์บนเว็บไซต์ สสวท. อีกด้วย  ผลการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญและการประชาพิจารณ์ได้นำมาทบทวนและปรับปรุงเป็นระยะ  นอกจากนี้ สสวท. ได้ร่วมงานกับ Cambridge International Examination (CIE) สหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับสากลที่ทำหน้าที่ประเมินหลักสูตรในประเทศต่างๆ เข้ามาร่วมวิจารณ์หลักสูตรฉบับปรับปรุงดังกล่าว

           จึงเห็นได้ว่าหลักสูตรที่ สสวท. ได้วิจัยและพัฒนาได้ผ่านการพิจารณาและตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในประเทศและต่างประเทศ จำนวนหลายกลุ่มด้วยกัน ทำให้หลักสูตรฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 นี้มีความเหมาะสมและชัดเจนมากกว่าหลักสูตรฉบับ พ.ศ. 2551  เนื่องจากมีการเชื่อมโยงของเนื้อหาในแต่ละระดับชั้น  และเน้นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในกลุ่มวิทยาศาสตร์ และทักษะการแก้ปัญหาและการให้เหตุผลในกลุ่มคณิตศาสตร์อย่างชัดเจน และมาตรฐานหลักสูตรอยู่ในเกณฑ์เทียบเท่ากับระดับนานาชาติ

           ดร. พรพรรณ  ไวทยางกูร  ผู้อำนวยการ สสวท.  กล่าวว่า   ด้วยนโยบายขับเคลื่อนประเทศ 4.0 จำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐาน  โดยเฉพาะการปรับปรุงหลักสูตร  ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงหลักสูตรอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในวิชาที่มีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่ง สสวท.  ได้ขานรับนโยบายดังกล่าว เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญของการปรับปรุงหลักสูตรและข้อมูลจากการวิจัยพัฒนาที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีความพร้อมในการเสนอการใช้หลักสูตรดังกล่าว ควบคู่กันไปกับวิชาภูมิศาสตร์ที่ดำเนินการโดย สพฐ. เพื่อตอบรับกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

           การปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ได้ลดความซ้ำซ้อนของเนื้อหา  เน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา เพิ่มการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และทักษะในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เพื่อตอบรับกับการพัฒนากำลังคนให้มีศักยภาพสูงในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ นอกจากนั้น สิ่งที่ สสวท. ได้ทำไว้รองรับหลังจากประกาศใช้หลักสูตรใหม่ ก็คือ การจัดทำคู่มือการใช้หลักสูตร ในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ซึ่งครูและโรงเรียนสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมและจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  ส่วนสำนักพิมพ์อื่นๆ ที่สนใจสามารถดำเนินการผลิตหนังสือเรียนตามกรอบหลักสูตรใหม่ได้อย่างสะดวก โดยใช้กิจกรรมและแนวทางการจัดกิจกรรมจากคู่มือการใช้หลักสูตรนี้ได้เช่นกัน

ที่มา http://www.ipst.ac.th/index.php/news-and-announcements/training-seminar/item/2776-4-0

ใส่ความเห็น

ชื่อ *
อีเมล์ *
เว็บไซท์